ฉบับภาษาไทย
QTFX.NET

ศูนย์คู่มือเทรด CFD ทองคำ ฟอเร็กซ์ และดัชนี สำหรับแอป QTFX Markets

ทักษะการเทรด

ประเภทคำสั่งซื้อขาย: market, buy limit, sell limit, buy stop และ sell stop

ถ้าเคยสงสัยว่า buy limit คืออะไร หรือทำไมบางครั้งตั้งคำสั่งรอแล้วราคาไม่ไปถึงสักที บทความนี้คือคำตอบ ประเภทคำสั่งซื้อขายแต่ละแบบถูกออกแบบมาให้ใช้ในสถานการณ์ต่างกัน การเลือกถูกตัวช่วยให้ได้ราคาเข้าที่ตั้งใจ และไม่ต้องนั่งเฝ้าจอทั้งวัน

อัปเดต: 8 นาทีในการอ่านQTFX Desk
คำสั่ง buy limit และคำสั่งรอ: มือเทรดเดอร์จับจอยสติ๊กควบคุมกราฟ ภาพดิจิทัลอาร์ตล้ำยุค
คำสั่ง buy limit และคำสั่งรอ: มือเทรดเดอร์จับจอยสติ๊กควบคุมกราฟ ภาพดิจิทัลอาร์ตล้ำยุค

ประเด็นสำคัญ

  • คำสั่ง market เข้าทันทีที่ราคาปัจจุบัน ส่วนคำสั่งรอ (pending order) จะทำงานเมื่อราคาแตะระดับที่ตั้งไว้
  • Limit ใช้เมื่ออยากได้ราคาดีกว่าปัจจุบัน ส่วน Stop ใช้เมื่อรอให้ราคาวิ่งผ่านระดับหนึ่งไปก่อน
  • Buy limit ตั้งต่ำกว่าราคาปัจจุบัน Buy stop ตั้งสูงกว่าราคาปัจจุบัน และกลับกันฝั่ง Sell
  • Stop loss และ take profit ก็เป็นคำสั่งแบบหนึ่งที่ผูกกับสถานะเพื่อปิดออเดอร์อัตโนมัติ
  • Slippage เกิดได้กับคำสั่ง market และ stop โดยเฉพาะช่วงข่าวหรือตลาดเปิดมีช่องว่างราคา

01คำสั่ง market: เข้าเดี๋ยวนี้ ราคาตามตลาด

คำสั่ง market คือการบอกระบบว่า “ซื้อหรือขายให้เลยตอนนี้” ระบบจะจับคู่ที่ราคาดีที่สุดที่มีอยู่ในขณะนั้น ฝั่ง Buy จะได้ราคา ask ส่วนฝั่ง Sell จะได้ราคา bid ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้คือ spread ซึ่งเป็นต้นทุนแรกที่เราจ่ายทันทีที่เปิดออเดอร์ (อ่านเพิ่มเรื่อง spread คืออะไร และ swap คิดอย่างไร)

เหมาะกับใคร

  • คนที่ต้องการเข้าทันทีเพราะสัญญาณเกิดแล้ว และกลัวพลาดจังหวะ
  • คนที่ต้องการปิดสถานะด่วน เช่น ข่าวไม่คาดคิดออกมา

ข้อเสียคือไม่ได้ควบคุมราคาแน่นอน ในช่วงตลาดผันผวน ราคาที่ได้อาจต่างจากที่เห็นบนจอเล็กน้อยหรือมาก ซึ่งเรียกว่า slippage

02คำสั่งรอ (Pending Order) คืออะไร

คำสั่งรอคือคำสั่งที่เราตั้งไว้ล่วงหน้าที่ราคาหนึ่ง แล้วให้ระบบเปิดออเดอร์ให้อัตโนมัติเมื่อราคาตลาดมาถึง ข้อดีคือไม่ต้องเฝ้าจอ เหมาะกับคนไทยที่ทำงานประจำแต่อยากเทรดช่วงตลาดลอนดอนหรือนิวยอร์กซึ่งตรงกับช่วงเย็นถึงดึกตามเวลาไทย

คำสั่งรอแบ่งเป็น 4 แบบหลัก โดยจำง่าย ๆ จากสองคำถาม

  1. จะ ซื้อ หรือ ขาย
  2. ระดับที่ตั้ง ดีกว่า ราคาปัจจุบัน (Limit) หรือ รอให้ราคาวิ่งผ่าน ไปก่อน (Stop)
คำสั่งตำแหน่งเทียบราคาปัจจุบันแนวคิดสถานการณ์ที่ใช้บ่อย
Buy Limitต่ำกว่ารอซื้อถูกลงรอราคาย่อลงมาที่แนวรับ
Sell Limitสูงกว่ารอขายแพงขึ้นรอราคาเด้งขึ้นไปที่แนวต้าน
Buy Stopสูงกว่าซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นเทรด breakout เหนือแนวต้าน
Sell Stopต่ำกว่าขายเมื่อราคาหลุดลงเทรด breakdown ใต้แนวรับ
สมุดคำสั่งซื้อขายและกราฟความลึกตลาดแบบ 3D ประกอบการตั้งคำสั่ง ภาพโลว์โพลี
สมุดคำสั่งซื้อขายและกราฟความลึกตลาดแบบ 3D ประกอบการตั้งคำสั่ง ภาพโลว์โพลี

03Buy Limit คืออะไร และ Sell Limit ใช้อย่างไร

Buy limit คือคำสั่งซื้อที่ตั้งไว้ ต่ำกว่า ราคาปัจจุบัน เพราะเราเชื่อว่าราคาจะย่อลงมาก่อนแล้วค่อยขึ้นต่อ จึงอยากได้ราคาที่ถูกกว่า

ตัวอย่างสมมติ: ทอง (XAUUSD) อยู่ที่ 2,050.00 เรามองว่า 2,030.00 เป็นแนวรับสำคัญ จึงตั้ง Buy Limit ที่ 2,030.00 พร้อม stop loss 2,020.00 และ take profit 2,060.00 ถ้าราคาย่อลงมาแตะ 2,030.00 ออเดอร์จะเปิดอัตโนมัติ ถ้าราคาวิ่งขึ้นไปเลยโดยไม่ย่อ ออเดอร์จะไม่ถูกเปิด

Sell limit กลับกัน คือคำสั่งขายที่ตั้ง สูงกว่า ราคาปัจจุบัน เพราะคาดว่าราคาจะเด้งขึ้นไปชนแนวต้านแล้วร่วงลง การหาระดับเหล่านี้ให้แม่นต้องอาศัยการอ่าน แนวรับแนวต้านและ Fibonacci

ข้อดีของคำสั่ง limit คือ ถ้าถูกเปิด เราจะได้ราคาที่ตั้งไว้หรือดีกว่า ข้อเสียคืออาจพลาดเทรนด์ถ้าราคาไม่ย้อนกลับมา

ฝึกตั้ง buy limit, sell stop และ stop loss จริงบนกราฟได้ในบัญชีทดลองของแอป QTFX Markets ดาวน์โหลดได้ที่ Google Play

ดาวน์โหลดบน Google Play

04Buy Stop และ Sell Stop สำหรับเทรด breakout

คำสั่ง stop แบบเปิดสถานะใหม่ ต่างจาก stop loss ตรงที่ใช้ เข้า ออเดอร์ ไม่ใช่ออก

  • Buy stop ตั้งสูงกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อเราเชื่อว่าถ้าราคาทะลุแนวต้านขึ้นไปได้ จะมีแรงซื้อตามมา
  • Sell stop ตั้งต่ำกว่าราคาปัจจุบัน ใช้เมื่อเชื่อว่าถ้าราคาหลุดแนวรับ จะมีแรงขายต่อ
ตัวอย่างสมมติ: EURUSD แกว่งในกรอบ 1.0800–1.0850 มาหลายวัน เราตั้ง Buy Stop ที่ 1.0860 และ Sell Stop ที่ 1.0790 ไว้พร้อมกัน ฝั่งไหนถูกเปิดก่อนก็ยกเลิกอีกฝั่ง แนวคิดนี้มักใช้ก่อนตลาดลอนดอนเปิดราว 14:00–15:00 น. ตามเวลาไทย

ความเสี่ยงของ breakout คือ “ทะลุหลอก” ราคาวิ่งผ่านระดับแล้วกลับเข้ากรอบ ทำให้โดน stop loss ทันที บางคนจึงรอให้แท่งเทียนปิดยืนเหนือแนวก่อนเข้า หรือดูโมเมนตัมจาก RSI และ MACD ประกอบ

05Stop Loss และ Take Profit ก็เป็นคำสั่งเช่นกัน

เมื่อเปิดสถานะแล้ว เราสามารถผูกคำสั่งปิดอัตโนมัติไว้สองแบบ

  • Stop loss ปิดออเดอร์เมื่อขาดทุนถึงระดับที่รับได้ ทำงานคล้ายคำสั่ง stop คือเมื่อราคาแตะแล้วจะปิดที่ราคาตลาดถัดไป จึงอาจเกิด slippage ได้
  • Take profit ปิดเมื่อกำไรถึงเป้า ทำงานคล้ายคำสั่ง limit

ใน QTFX Markets สามารถส่งคำสั่ง market, limit และ stop พร้อมเครื่องมือบริหารความเสี่ยง แล้วติดตามสถานะที่เปิดอยู่ คำสั่งที่รอทำงาน และสถานะที่ปิดแล้ว พร้อมกำไรขาดทุนแบบเรียลไทม์ได้ในหน้าเดียว วิธีกำหนดระยะ stop ให้เหมาะกับความผันผวนของแต่ละสินทรัพย์อธิบายไว้ใน stop loss คืออะไร และวาง take profit อย่างไร

เฟืองแสงหมุนประสานกัน สื่อถึงระบบจับคู่คำสั่งซื้อขาย ภาพเสมือนจริง
เฟืองแสงหมุนประสานกัน สื่อถึงระบบจับคู่คำสั่งซื้อขาย ภาพเสมือนจริง

06Slippage และช่องว่างราคา: ทำไมไม่ได้ราคาที่ตั้ง

Slippage คือส่วนต่างระหว่างราคาที่เราต้องการกับราคาที่ได้จริง เกิดจากราคาวิ่งเร็วจนไม่มีคู่ซื้อขายที่ราคาเดิม สถานการณ์ที่พบบ่อย ได้แก่

  • ช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจแรง ๆ เช่น nonfarm payrolls หรือการตัดสินดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งมักออกช่วงหัวค่ำถึงตีหนึ่งตามเวลาไทย ดูกำหนดการได้จาก ปฏิทินเศรษฐกิจ
  • ตลาดเปิดเช้าวันจันทร์หลังมีข่าวช่วงเสาร์อาทิตย์ ราคาอาจกระโดดข้ามระดับ stop ไปเลย (gap)
  • สินทรัพย์ที่สภาพคล่องต่ำในช่วงเวลานั้น
ประเภทคำสั่งมีโอกาสเกิด slippageเหตุผล
Marketมีเข้าที่ราคาตลาดขณะนั้น
Buy/Sell Stop และ Stop Lossมีเมื่อถูกกระตุ้นจะกลายเป็นคำสั่งตลาด
Buy/Sell Limit และ Take Profitน้อยเปิดหรือปิดที่ราคาที่ตั้งหรือดีกว่า แต่อาจไม่ถูกเปิดเลย

07เลือกประเภทคำสั่งให้เข้ากับสไตล์เทรด

ไม่มีคำสั่งไหนดีที่สุด มีแต่คำสั่งที่เหมาะกับแผน

  • สายเด้งกรอบ (ซื้อแนวรับ ขายแนวต้าน) ใช้ Buy Limit และ Sell Limit เป็นหลัก
  • สายตามเทรนด์ breakout ใช้ Buy Stop และ Sell Stop
  • สายเข้าตามสัญญาณแท่งเทียน มักใช้ market เมื่อแท่งยืนยันปิดแล้ว
  • คนที่มีเวลาดูจอน้อย ควรใช้คำสั่งรอพร้อม stop loss และ take profit ครบชุด แล้วตรวจสอบวันละครั้งหรือสองครั้ง

ก่อนใช้คำสั่งใหม่กับเงินจริง ควรซ้อมใน บัญชีทดลองเทรด จนแน่ใจว่าเข้าใจตำแหน่งที่ถูกต้อง เพราะการตั้ง Buy Limit สูงกว่าราคาปัจจุบันโดยไม่ตั้งใจ ระบบอาจเปิดออเดอร์ทันทีหรือแจ้งว่าราคาไม่ถูกต้อง ทั้งนี้การเทรด CFD มีความเสี่ยงสูงจาก leverage อาจขาดทุนเร็วกว่าที่คาด ควรใช้เงินที่เสียได้เท่านั้น และบริการขึ้นกับกฎหมายของแต่ละประเทศ

คำถามที่พบบ่อย

Buy limit กับ buy stop ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองเป็นคำสั่งซื้อล่วงหน้า แต่ buy limit ตั้งต่ำกว่าราคาปัจจุบันเพื่อรอซื้อในราคาถูกลง ส่วน buy stop ตั้งสูงกว่าราคาปัจจุบันเพื่อรอซื้อเมื่อราคาทะลุขึ้นไปแล้ว แบบแรกเหมาะกับการเทรดเด้งจากแนวรับ แบบหลังเหมาะกับการเทรดตาม breakout

คำสั่งรอหมดอายุหรือไม่

ขึ้นกับการตั้งค่าในแพลตฟอร์ม บางระบบให้คำสั่งค้างไว้จนกว่าเราจะยกเลิก บางระบบให้เลือกวันหมดอายุ ควรตรวจสอบรายการคำสั่งรอเป็นประจำ เพราะคำสั่งเก่าที่ลืมไว้อาจถูกเปิดในสถานการณ์ที่เราไม่ต้องการแล้ว

ทำไมตั้ง stop loss แล้วยังขาดทุนเกินระยะที่ตั้ง

เพราะ stop loss เมื่อถูกกระตุ้นจะปิดที่ราคาตลาดถัดไปที่มีอยู่ ถ้าราคาวิ่งเร็วมาก เช่น ช่วงประกาศข่าวสำคัญ หรือมีช่องว่างราคาตอนตลาดเปิดวันจันทร์ ราคาปิดจริงอาจแย่กว่าระดับที่ตั้งไว้ เรียกว่า slippage จึงควรลดขนาด lot หรือหลีกเลี่ยงการถือออเดอร์ข้ามข่าวแรง

มือใหม่ควรเริ่มจากคำสั่งแบบไหน

เริ่มจากคำสั่ง market พร้อม stop loss และ take profit ก่อน เพื่อเข้าใจกลไกพื้นฐาน จากนั้นค่อยฝึกคำสั่งรอแบบ limit และ stop ในบัญชีทดลอง เมื่อแยกได้แม่นว่าแต่ละแบบตั้งเหนือหรือใต้ราคาปัจจุบัน จึงค่อยนำไปใช้กับบัญชีจริงในขนาดเล็ก